นักลงทุนต้องเข้าใจ Tokenomics

นักลงทุน Cryptocurrency ควรเข้าใจ Tokenomics

ในทุกวันนี้ ตลาด cryptocurrency มีความร้อนแรงมาตลอด เป็นที่น่าสนใจของสังคมนักลงทุนทั้งหน้าใหม่หน้าเก่าเป็นอย่างมาก มีหลายคนสงสัยว่า ทำไมสกุลเงินดิจิทัลที่มีอยู่ในตลาดนับเป็นพันสกุลนั้น เพราะอะไรจึงทำให้เหรียญหนึ่งมีค่าสูงกว่าอีกเหรียญหนึ่ง อะไรจะเป็นตัวชี้วัดว่า สมควรเป็น cryptocurrency ที่มีคุณค่าอยู่จริง หรือเป็นเพียงการปั่นกระแสราคา เพื่อเก็งกำไรของคนบางกลุ่มเท่านั้น

เบื้องหลังเรื่องราวของ cryptocurrency เหล่านี้ เกิดจากกลไกที่เรียกว่า Tokenomics เพื่อที่เราจะสามารถเลือกและเข้าใจความเป็นไปของเหรียญได้ดียิ่งขึ้น นักลงทุนทุกคนควรทำความเข้าใจ Tokenomics ของเหรียญนั้น ๆ ก่อนที่จะตัดสินใจลงทุน

Tokenomic คือ อะไร

Tokenomics คือ การผสานกันระหว่าง token กับ economics

เป็นหลักการที่ใช้ในการควบคุมจำนวนเหรียญดิจิทัลของเหรียญนั้น ๆ ในระบบ ecosystem ให้มีความสมดุล ไม่มากหรือน้อย จนเกินไป จากทฤษฎีของอุปสงค์ ( ความต้องการซื้อ หรือ demand ) และอุปทาน ( ความต้องการขาย หรือ supply ) ของ cryptocurrency นั้น ๆ

ตามกฎของความต้องการซื้อและความต้องการขาย สินค้าชิ้นใดบนโลกก็ตาม ที่มีความต้องการซื้อมากกว่าความต้องการขาย ราคาของสินค้านั้น ๆ ก็สามารถปรับราคาขึ้นได้ ในทางตรงกันข้าม ถ้าหากมีความต้องการขายมากกว่าความต้องการซื้อ ราคาของสินค้าชิ้นนั้น ๆ ก็จะปรับราคาลงอย่างต่อเนื่อง

เช่นเดียวกันกับ cryptocurrency ที่มีปริมาณน้อย หาได้ยาก มีประโยชน์หลากหลาย เป็นของจำเป็น มีคนใช้มาก ก็จะมีความต้องการมากขึ้น ซึ่งจะทำให้ราคาสูงขึ้น ในทางกลับกัน  cryptocurrency ที่มีปริมาณมาก หาง่าย ใช้ประโยชน์ได้น้อย เป็นสิ่งไม่จำเป็น ไม่ค่อยมีใครใช้ ความต้องการก็จะลดลง ทำให้ราคาก็ลดลงไปด้วย

ดังนั้น cryptocurrency ที่ดี จะต้องมี Tokenomics เป็นกลไกในการควบคุมปริมาณเหรียญในระบบนิเวศ ควบคุมการสร้างเหรียญไม่ให้มีจำนวนมากเกินไป ป้องกันการเฟ้อของเหรียญ และมีกลไกในการทำลายเหรียญ เพื่อควบคุมปริมาณเหรียญไม่ให้มีมากจนเกินไป จึงจะทำให้เหรียญนั้น ๆ มีมูลค่าขึ้นจากการนำเหรียญไปใช้งานจริง

เราจะรู้สิ่งเหล่านี้ได้อย่างไร

สิ่งเหล่านี้จะปรากฏอยู่ใน Whitepaper ของแต่ละเหรียญ ที่เราจะต้องศึกษาและวิเคราะห์ให้เข้าใจ Whitepaper จะสามารถทำให้เราเข้าใจใน cryptocurrency ต่าง ๆ ได้ดีขึ้น โดยที่เจ้าของโปรเจกต์หรือเจ้าของเทคโนโลยีจะนำเสนอข้อมูลรายละเอียดทางเทคนิค กลไกการทำงาน ว่าเทคโนโลยีนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่ออะไร นอกจากนั้น ยังรวมไปถึงแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้อื่น ๆ ทั้งจากการวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญ ประวัติความน่าเชื่อถือที่ดี ประวัติการดำเนินงานที่ผ่านมา ความร่วมมือที่น่าเชื่อถือของโปรเจกต์ หลาย ๆ ด้าน สามารถใช้มาประกอบเป็นข้อมูลทั้งหมด

เราควรจะรู้อะไรบ้าง

  1. เหรียญนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์อะไร ใครเป็นผู้ออกเหรียญ มีความมั่นคง ความน่าเชื่อถือ เป็นอย่างไร เหตุผลในการออกเหรียญ เช่น เหรียญที่ใช้สำหรับแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการต่าง ๆ หรือเป็นเหรียญที่ใช้งานภายในเกม มีการใช้งานจริงหรือไม่ ใช้ทำอะไร ทำไมถึงต้องใช้มัน
  2. กลไกในการสร้างเหรียญ ( mint ) เป็นอย่างไร และมีกลไกในการทำลายเหรียญ ( burn ) เพื่อให้มีปริมาณเหรียญลดลงหรือไม่ มีกลไกในการควบคุมการเฟ้อหรือไม่
  3. จำนวนเหรียญทั้งหมดในตอนนี้มีเท่าไร และในอนาคตจะมีเท่าไร มีปริมาณจำกัดหรือไม่ หรือสามารถผลิตออกมาได้เรื่อย ๆ 
  4. การกระจายของเหรียญอยู่ที่ใครบ้าง ในทีมงาน ชุมชน ที่ปรึกษา หรือนักลงทุน ทั้งนี้ หากมีการกระจายของเหรียญดี การชี้นำราคาในตลาด ก็จะทำได้ยาก
  5. ความสามารถในการแข่งขันของเหรียญ มีจุดแข็งจุดอ่อนอย่างไร มีใครเป็นคู่แข่ง มีทีมพัฒนาที่สามารถต่อยอดความสามารถของเหรียญในระยะยาวหรือไม่

จึงนับได้ว่าการศึกษา Tokenomic ของเหรียญมีความสำคัญมาก ในการที่จะบอกถึงที่มาที่ไปของการสร้างและทำลายเหรียญของแต่ละ cryptocurrency ว่าเป็นอย่างไร พื้นฐาน ความแข็งแกร่ง และมาตรการรับมือกับความผันผวนในตลาด โดยสามารถจัดการให้มีเหรียญที่เพียงพอกับระดับความต้องการของตลาดในขณะนั้น ๆ ก็จะทำให้ราคาของ cryptocurrency นั้น ๆ มีเสถียรภาพยิ่งขึ้น 

ทั้งนี้  Tokenomic จะเป็นตัวช่วยนักลงทุนในการเลือกและลดความเสี่ยงของการลงทุน cryptocurrency นั้น ๆ การวิเคราะห์การถือครองเหรียญ หรือแม้แต่ช่วยระวังไม่ให้ไปลงทุนในเหรียญที่ไม่มีคุณภาพ ให้กับนักลงทุนได้บ้างไม่มากก็น้อย

ลงทุนแมนก็ได้กล่าวถึงไว้เช่นกัน :